> For the complete documentation index, see [llms.txt](https://rs0-5.gitbook.io/righttech/llms.txt). Markdown versions of documentation pages are available by appending `.md` to page URLs; this page is available as [Markdown](https://rs0-5.gitbook.io/righttech/outside-of-mainnet/liquid-network-bitcoin.md).

# Liquid Network บน Bitcoin

**Liquid Network** เป็น layer 2 บน Blockchain ของบิตคอยน์ ที่สร้างขึ้นโดย Blockstream โดยออกแบบมาเป็น *sidechain* เพื่อรองรับการโอนย้ายเงินดิจิทัลอย่างรวดเร็วและเพิ่ม privacy ยึดหลัก **Federated 2-way Peg** ในการล็อคโทเค็น Bitcoin เข้าสู่ Liquid และปล่อยโทเค็นใหม่ชื่อ *Liquid Bitcoin (L-BTC)* ออกมา โดยกระบวนการนี้ต้องได้รับการลงนามจากสมาชิกร่วม (Watchmen หรือ Functionaries) หลายรายในเครือข่ายตามเงื่อนไขมัลติซิก (Threshold multisig) เพื่อความปลอดภัย[\[1\]](https://blockstream.com/assets/downloads/pdf/liquid-whitepaper.pdf#:~:text=As%20a%20sidechain%2C%20Liquid%20supports,of%20its%20members%20are%20honest) นอกจากนี้ Liquid ยังรองรับการออกสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ได้หลายชนิด เช่น stablecoin, shitcoin, etc. โดยใช้งาน **Reissuance Token** สำหรับควบคุมการออกโทเค็นเพิ่มได้อย่างโปร่งใส[\[2\]](https://elementsproject.org/how-it-works#:~:text=When%20run%20in%20either%20sidechain,are%20destroying%20in%20their%20wallet) ทุกธุรกรรมใน Liquid ถูกยืนยันโดยเครือข่าย Federated block signers จำนวนหนึ่ง (ปัจจุบัน 15 ราย) ที่จัดลำดับกันเสนอ บล็อกและลงนามในลักษณะ *round-robin* ซึ่งทำให้บล็อกใหม่มีผลยืนยันทันทีและไม่เกิดการยกเลิกหลายระดับ (no multi-block reorganizations) ช่วยลดเวลาในการยืนยันธุรกรรมลงอย่างมาก[\[3\]](https://rootstock.io/blog/the-cutting-edge-of-sidechains-liquid-and-rsk/#:~:text=Average%20Block%20interval) Liquid ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 นาทีต่อบล็อก (เร็วกว่า Bitcoin mainnet ที่ 10 นาที) และมีบล็อกขนาด \~2MB รองรับธุรกรรมได้ประมาณ 40 รายการต่อวินาที

### องค์ประกอบสำคัญของเครือข่าย&#x20;

* **Federated Peg (Watchmen):** กระบวนการฝาก (peg-in) และถอน (peg-out) BTC โดยให้ Watchmen หลายราย ที่เก็บ Bitcoin ในกระเป๋ามัลติซิกบน mainnet ตามจำนวนที่กำหนด เมื่อมีการล็อคเหรียญในกระเป๋านี้ Watchmen จะลงนามและปล่อยจำนวน L-BTC ที่สอดคล้องกันบน Liquid Network การถอนออกผู้ใช้ต้องทำ peg-out โดยส่งรายการถอนพิเศษบน Liquid และ Watchmen ที่มีสิทธิ์จะลงนามสั่งจ่าย BTC กลับไปยังผู้ใช้บน mainnet โดยต้องมีผู้ลงนามไม่น้อยกว่า ⅔ ของสมาชิกเพื่อให้ธุรกรรมถูกต้อง ปัจจัยนี้ทำให้ระบบมีความปลอดภัยตราบใดที่มีสมาชิกส่วนใหญ่ (มากกว่าครึ่ง) รักษาความซื่อสัตย์
* **การสร้างบล็อก (Block Signing):** แทนการใช้ Proof-of-Work, Liquid ใช้กลไก BFT แบบ Strong Federation ในการสร้างบล็อก โดยสมาชิกแต่ละคนเสนอบล็อกใหม่ตามลำดับและสมาชิกส่วนใหญ่ต้องยืนยันก่อนที่จะยอมรับเป็นบล็อกถัดไป วิธีนี้ทำให้ไม่เกิดการ Fork ซ้ำหลายบล็อกและการรอคอยยืนยันเพียงไม่กี่วินาทีหรือแทบจะทันที ระบบนี้แทนรางวัลขุดด้วยแรงจูงใจในการให้บริการเครือข่ายโดยรวมแทน ทำให้ไม่มี SPOF และ minimized-trust จนเกือบจะเทียบเท่าหรือสูงกว่า blockchain ของบิตคอยน์
* **การทำธุรกรรมที่เป็นความลับ (Confidential Transactions):** Liquid รองรับเทคโนโลยี Confidential Transactions (CT) แบบเนทีฟ ทำให้สามารถซ่อนจำนวนเงินและประเภทสินทรัพย์ในการโอนแต่ละรายการได้ แม้ว่าที่อยู่ผู้ส่งและผู้รับจะยังเปิดเผยอยู่ก็ตาม ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวเมื่อเทียบกับ Bitcoin mainnet ที่เปิดเผยข้อมูลทุกอย่าง การใช้ CT ใน Liquid ทำให้ความเป็นส่วนตัวสูงขึ้น ในขณะเดียวกันเครือข่ายก็ยังรองรับสคริปต์ของ Bitcoin และ Lightning Network ได้
* **ฟีเจอร์เพิ่มเติม:** บน Liquid มีการเพิ่ม Opcode ใหม่ประมาณ 31 ตัวสำหรับสคริปต์ เพื่อสนับสนุนกลไกขั้นสูงอย่าง *covenants*, การคำนวณ 64-bit, และโครงสร้างข้อมูล เพื่อให้สามารถสร้างแอปพลิเคชันทางการเงินขั้นสูง เช่น คำสั่งเทรดแบบไม่ต้องฝาก (non-custodial limit orders) หรือสัญญาตัวเลือกถูกวางหลักประกันล่วงหน้า (collateralized options) ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ Liquid สามารถสร้างสภาพคล่องและตลาดทางการเงินบน Bitcoin ได้มากขึ้น เปรียบเสมือนชั้นการเงินของ Bitcoin

### เปรียบเทียบกับ Bitcoin Mainnet และ Lightning Network

* เปรียบเทียบ **ความปลอดภัยและรูปแบบ:** Bitcoin mainnet ใช้ PoW แบบกระจายศูนย์และ permissionless ดำเนินการโดยขุดหาผู้เข้าร่วมทั่วโลกซึ่งไม่ต้องมีความต้องเชื่อใจกัน ส่วน Lightning Network เป็นโซลูชัน L2 แบบ payment-channel ที่ไม่ต้องเชื่อใจเครือข่ายตลอดเวลา แต่มีกระบวนการเปิด/ปิดช่องบน mainnet ทุกครั้งที่เข้าหรือออกเครือข่าย ส่วน Liquid เป็น sidechain ที่ต้องเชื่อใจ federation  ในระดับหนึ่งเพื่อสร้างบล็อกและดำเนิน peg จึงมีรูปแบบความปลอดภัยต่างไปจาก Bitcoin
* **ขนาดและความเร็วธุรกรรม:** Bitcoin mainnet มีบล็อกทุก \~10 นาที และจำกัดธุรกรรมได้ไม่กี่รายการต่อวินาที (ประมาณ 7 TPS) Lightning Network สามารถทำธุรกรรมขนาดเล็กได้ทันที โดยไม่ต้องรอบล็อก แต่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดของช่อง และต้องออนไลน์ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย Liquid มีบล็อกใหม่ทุก \~1 นาที (เร็วกว่า Bitcoin หลายเท่า) รองรับธุรกรรมประมาณ 40 TPS นอกจากนี้ Liquid ไม่มีข้อจำกัดขนาดการโอน (ยกเว้นห้ามเกิน 21 ล้าน BTC) ผู้ใช้สามารถฝาก BTC เข้าไปใน Liquid (peg-in) ได้ตามต้องการ แล้วเริ่มส่ง L-BTC ให้กันโดยไม่ต้องเตรียมการใดๆ เพิ่มเติม ผลคือ Liquid เหมาะสำหรับการโอนย้ายมูลค่าขนาดกลางถึงใหญ่รวดเร็ว ในขณะที่ Lightning เหมาะกับชำระค่าสินค้าเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง
* **การเปิดเผยข้อมูล:** บน Bitcoin ทุกธุรกรรมเปิดเผยที่อยู่ผู้ส่ง/ผู้รับและจำนวนเหรียญอย่างชัดเจน ทาง Lightning สามารถซ่อนรายละเอียดบางส่วนอยู่ในช่องทางที่เป็นโปรโตคอลของเครือข่าย แต่ก็ต้องพึ่งพาการแลกเปลี่ยนเครือข่ายเพื่อทำงาน Liquid มี CT ทำให้ซ่อนจำนวนเงินและชนิดสินทรัพย์ได้ แต่ที่อยู่ผู้ส่ง/รับยังปรากฏอยู่ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ Liquid สามารถใช้ Exchange เป็นตัวกลาง ทำให้เพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่จำเป็นต้องยืนยันตัวตน (KYC) กับ Exchange

### การใช้งานจริงของ Liquid Network

Liquid ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดการเงินดิจิทัลเป็นหลัก จึงมีฟีเจอร์ที่รองรับการใช้งานจริงด้านต่าง ๆ ดังนี้:

* **ธุรกรรมรวดเร็วและปลอดภัย:** ด้วยเวลาสร้างบล็อกเฉลี่ย 1 นาที Liquid ช่วยให้การโอนย้ายเงินเร็วกว่า Bitcoin mainnet อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กลไกยืนยันของเครือข่ายแบบ federation ทำให้ไม่ต้องรอหลายบล็อก (finalization) เหมือน Bitcoin ปกติ จึงเหมาะกับการเคลื่อนย้ายมูลค่ารายใหญ่ระหว่าง Exchange ต่าง ๆ หรือระหว่างสถาบันการเงิน การมี CT ช่วยให้ธุรกรรมเป็นความลับต่อภายนอก ช่วยหลีกเลี่ยงการบันทึกสาธารณะของจำนวนเงินที่ส่ง ตัวอย่างเช่น รายใหญ่ที่ต้องการขายบิตคอยน์สามารถทำธุรกรรมโดยไม่ต้องกลัวข้อมูล front-running ด้วยเวลายืนยันรวดเร็วและข้อมูลถูกเข้ารหัสภายในเครือข่าย
* **การออกสินทรัพย์ดิจิทัล:** Liquid ช่วยให้สถาบันและบริษัทออกโทเค็นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแต่ละสินทรัพย์จะมี *Reissuance Token* เพื่อควบคุมปริมาณโทเค็น วิธีการนี้ทำให้ตรวจสอบยอดโทเค็นที่ออกได้พร้อมกันหลายรายการ ในทางปฏิบัติ เราได้เห็นการนำ Liquid ไปใช้กับสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น เหรียญตราสัญลักษณ์ (tokens) สำหรับหุ้นหรือพันธบัตรจริง อย่างเช่น บริษัท **STOKR** ออกโทเค็น CMSTR ที่อ้างอิงราคาหุ้น MicroStrategy จาก Nasdaq เป็นตัวแรกบน Liquid, **Bitfinex Securities** ช่วยออกพันธบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (security token) มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ ผ่านแพลตฟอร์ม Liquid, **Mifiel** บริษัทบราซิลเปิดตัว Promissory Note มูลค่าเกิน 200 ล้านดอลลาร์ บน Liquid เพื่อใช้เป็นหลักประกันทางการเงิน
* **โครงสร้างพื้นฐานและผู้สนับสนุน:** เครือข่าย Liquid ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกในวงการสกุลเงินดิจิทัลและการเงินระดับโลก เช่น ธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศจำนวนมากบน Federation (ปัจจุบันขยายเป็นสมาชิก 81 องค์กรแล้ว ภายในปี 2025) Blockchain explorer และบริการกระเป๋าหลายแห่งรองรับ L-BTC และโทเค็น Liquid ทำให้การใช้งานจริงสะดวกขึ้น ฟีเจอร์อย่างการ Atomic Swap ที่ไม่ต้องฝากเงินกลางระหว่างเพื่อนสมาชิกบน Liquid ก็เปิดตัวแล้ว (เช่น SideSwap wallet สำหรับแลกเหรียญบน Liquid)

### ข่าวสารและพัฒนาการล่าสุดของ Liquid Network

Liquid Network ยังคงพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีเหตุการณ์สำคัญล่าสุด เช่น:

* **มูลค่าทรัพย์สินบนเครือข่าย (TVL) สูงขึ้น:** ปลายเดือนพฤษภาคม 2025 เครือข่าย Liquid ประกาศว่ามี **Total Value Locked** (TVL) หรือมูลค่ารวมสินทรัพย์บนเครือข่ายเกิน 3.27 พันล้านดอลลาร์
* **การเปิดตัว Simplicity บน Liquid:** สิงหาคม 2025 Blockstream ประกาศเปิดใช้ **Simplicity** ภาษาสมาร์ทคอนแทรกต์แบบใหม่ของ Bitcoin บนเครือข่าย Liquid ทำให้นักพัฒนาและสถาบันสามารถเขียนสัญญาทางการเงินที่มีความปลอดภัยสูงและตรวจสอบได้ (formal verification) บนระบบ UTXO ของ Bitcoin
* **ขยายการเติบโตในระดับโลก:** Liquid Federation จัดการประชุมและกิจกรรมการศึกษาหลายรายการ เช่น *Investor Day* และ workshops ในยุโรป (ลูกาโน สวิตเซอร์แลนด์, ตุลาคม 2024) รวมถึงเข้าร่วมจัดแสดงในงาน Tokyo Bitcoin 2024 เพื่อแสดงเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนี้ Blockstream ยังเปิดศูนย์วิจัยในลูกาโนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Liquid และ Lightning
* **โครงการหุ้นส่วนและการระดมทุน:** โครงการเช่น **NexBridge** (สตาร์ตอัปจากญี่ปุ่น) ได้ระดมทุนสร้างผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ดิจิทัลบน Liquid โดยได้เงินทุนเริ่มต้นกว่า 30 ล้านดอลลาร์สำหรับตั๋วเงินคล้ายพันธบัตรรัฐบาล (USTBL) ในปลายปี 2024 และเปิดจำหน่ายชุดแรกในปลายปีเดียวกันนอกจากนี้ยังมีการออกตราสารดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตราสารหนี้ของมิครอแคปิตัล (Bitfinex Securities) และหุ้นกู้สกุลเงินดิจิทัล (TreeBR) เพื่อขยายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลบน Liquid

### สรุป

สรุปได้ว่า Liquid Network เป็น layer 2 ของ Bitcoin ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการโอนมูลค่าขนาดใหญ่ การออกสินทรัพย์ใหม่ และการทำธุรกรรมที่เป็นความลับอย่างรวดเร็ว โดยแลกกับการต้องวางใจโครงสร้างการรักษาความปลอดภัยแบบ federation จุดเด่นคือความรวดเร็วในการยืนยัน (≈1 นาทีต่อบล็อก), รองรับมูลค่าสูง, มี CT ซ่อนจำนวนเงิน, และรองรับ multi-asset ได้เต็มรูปแบบ ขณะเดียวกัน Liquid ยังต่อยอดด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ (covenants, Simplicity) เพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นทางการเงินและสถาบันที่ต้องการแพลตฟอร์มบน layer 2 ของ Bitcoin สำหรับบริการทางการเงิน

### อ้างอิง

\[1] [https://blockstream.com/assets/downloads/pdf/liquid-whitepaper.pdf](https://blockstream.com/assets/downloads/pdf/liquid-whitepaper.pdf#:~:text=As%20a%20sidechain%2C%20Liquid%20supports,of%20its%20members%20are%20honest)

\[2] [https://elementsproject.org/how-it-works](https://elementsproject.org/how-it-works#:~:text=When%20run%20in%20either%20sidechain,are%20destroying%20in%20their%20wallet)

\[3] [https://rootstock.io/blog/the-cutting-edge-of-sidechains-liquid-and-rsk/](https://rootstock.io/blog/the-cutting-edge-of-sidechains-liquid-and-rsk/#:~:text=Average%20Block%20interval)
